ขายโน๊ตบุ๊คราคาถูก ASUS X407UF โน้ตบุ๊ตสายคุ้มค่า พร้อม Intel Optane ใช้ลื่นเหมือนมี SSD ในช่วงปลายปี 2018 นี้ จะเห็นได้ว่าโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ ไม่ว่าจะราคาถูกหรือแพงมักจะมากับเทรนด์ขอบจอบาง ซึ่งเป็นการทำให้เครื่องมีขนาดเล็กลง และมีน้ำหนักเบาลงด้วย พกพาไปไหนมาไหนก็สะดวกขึ้น เรียกได้ว่าต่อไปในอนาคตจะเป็นโน้ตบุ๊คทุกรุ่นในปีถัดๆ ไปจะเลือกใช้ขอบจอบางกันหมดทุกรุ่นก็ว่าได้ โดยสำหรับแบรนด์ ASUS เองก็มีทั้งตัวที่เป็น ROG, ROG Strix, VivoBook และ ZenBook ที่เลือกใช้ขอบจอบางกันหมดแล้ว คราวนี้มาดูตระกูลน้องเล็กสุดกันบ้างกับซีรีส์ X กับตัว ASUS X407UF รุ่นใหม่ล่าสุด

สเปคเบื้องต้นของ ASUS X407 ที่ทีมงาน NBS ได้มานั้นจะใช้ CPU เป็น Intel Core i5-8250U + MX130 และที่สำคัญเลยคือตัวเครื่องพร้อมกับ Intel Optane 16 GB ทำให้มีประสิทธิภาพใช้ได้งานดีขึ้นแบบรู้สึกได้ ส่วนรีวิวข้างในจะเป็นอย่างไรไปดูด้านล่างกันได้เลยครับ

Specification
สเปคภายในของตัว ASUS X407UF รุ่นที่ทีมงาน NBS ได้มารีวิวนั้นจะเป็นรหัส BV010T โดยมาพร้อมขนาดหน้าจอ 14 นิ้ว ความละเอียด 1366 x 768 พิกเซล HD พาเนล TN ธรรมดา ตัว CPU ภายในเลือกใช้ชิปประมวลผล Intel Core i5-8250U ความเร็ว 1.6 GHz ที่สามารถเร่งการทำงานไปได้ถึง 3.4 GHz โดยเป็นชิปประหยัดพลังงานพิเศษ แบบ 4 Core/8 Thread ซึ่งแน่นอนว่าให้ทั้งความแรงและใช้งานได้ยาวนานรุ่นล่าสุด
ส่วน Ram ติดตั้งมา 4 GB DDR4 1 แถว (อัปเกรดได้อีก 1 แถว) ซึ่งพอเพียงกับการใช้งานในระดับหนึ่ง ในส่วนของกราฟิกการ์ดก็เป็น NVIDIA GeForce MX130 (2GB GDDR5) รุ่นใหม่ที่ให้ประสิทธิภาพการทำงานรองรับ 3 มิติได้ดี เล่นเกมออนไลน์ได้สบายๆ สำหรับฮาร์ดดิสก์ยังมีความจุ 1 TB 5400 RPM พร้อม Intel Optane ขนาด 16 GB มาให้ในตัวด้วย

การเชื่อมต่อไร้สายเป็นมาตรฐาน Wireless AC + Bluetooth 4.0 และมาพร้อมกับ Windows 10 แท้ในตัว ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องหนักเพียง 1.55 กิโลกรัมโดยสนนราคาอยู่ที่ 18,900 บาท พร้อมการรับประกัน 2 ปีเต็มปกติ

อ่านหน้าสเปคเต็ม ASUS X407UF i5-8250U + MX130 ราคา 18,900 บาท

Hardware / Design
รูปลักษณ์การดีไซน์ของ ASUS X407UF ก็จะเน้นความเรียบง่ายตามสไตล์โน้ตบุ๊คราคาประหยัด สีที่ทีมงานจะมาจะเป็นสีเทาม่วง โดยวัสดุทั้งหมดจะเป็นพลาสติก ฝาหลังทำเป็นลายบลัสตั้ง พร้อมกับโลโก้ ASUS อยู่ตรงกลาง ผิวสัมผัสถือว่าโอเค ไม่เป็นรอยนิ้วมือง่าย งานประกอบถือว่าอยู่ในเกณฑ์ทั่วไป แกนฝาพับเป็นแบบสองแกนแข็งแรงดี ไม่โยกเยกง่าย

ด้านใต้ตัวเครื่องสีก็เหมือนกับฝาหลัง มีช่องระบายความร้อนค่อนข้างเยอะ และที่สำคัญคือมีช่องพิเศษที่สามารถแกะอัปเกรด Ram ได้ง่าย เพียงไขน็อต 2 ตัวออกเปิดฝาอัปเกรดได้เลย ส่วนช่องระบายความร้อนจะอยู่ที่ด้านข้างซ้ายมือตัวเครื่องพร้อมพัดลมตัวเดียว

ดีไซน์ด้านในสีสันโดยรวมก็เป็นที่ม่วงเทาเหมือนฝาหลัง บอดี้ทำเป็นลายเหมือนผ้าไหมสวยงาม ผิวสัมผัสดีไม่เป็นรอยนิ้วมือง่าย หน้าจอขนาด 14 นิ้วขอบบาง พร้อมมีกล้องด้านบนตรงกลางพร้อมไมค์สองตัว และด้านข้างล่างหน้าจอก็จะมีโลโก้ ASUS ตาม พร้อมมี Fingerprint อยู่ที่ทัชแพดอีกด้วย โดยรวมแล้วไซต์ตัวเครื่องจะเท่ากับโน้ตบุ๊ค 13.3 นิ้วแบบปกติ แถมมีน้ำหนักเบาเพียง 1.55 กิโลกรัมเท่านั้น

Keyboard / Touchpad
ส่วนของคีย์บอร์ดของรุ่น ASUS X407UF นั้นตัวปุ่มเป็นพลาสติกสีดำเข้มฟอนต์สีขาวตัดกับสีบอดี้คีย์บอร์ดที่เป็นสีม่วงเทาดูเข้ากันดี ขนาดของคีย์บอร์ดเองก็เป็นไซต์แบบปกติมาตราฐานของโน้ตบุ๊คจอ 14 นิ้วทั่วไปคือจะไม่มีแป้นในส่วนของ Numpad มาให้ ตัวปุ่มกดให้สัมผัสที่นุ่ม ไม่กระด้างมือนัก และการเด้งตอบสนองก็ทำได้ดีในระดับหนึ่ง ซึ่งเลย์เอาท์ต่างๆ เรียกได้ว่าถอดแบบมาจากตัว ZenBook รุ่นพี่เลยก็ว่าได้ โดยจะมีปุ่มเปิดเครื่องจะไปอยู่ที่มุมบนขวากลืนไปกับเครื่องสวยงามดี

ทางด้านทัชแพดมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ เป็นแบบปุ่มคลิกซ้ายขวาเป็นแบบซ่อนปุ่ม ทำให้มีพื้นที่การใช้งานมากขึ้น การใช้งานจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ กดไม่มียวบยาบ งานประกอบดี ตัวซอฟต์แวร์ควบคุมก็ช่วยจัดการได้ดี ใช้งานมัลติทัชได้ลื่นไหล ไม่เกิดอาการสะดุดหรือหน่วงใดๆ ซึ่งจากการใช้งานจริง พบว่าสามารถตอบสนองการใข้งานได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวพร้อมกับมี Fingerprint อยู่ที่มุมบนขวาด้วย ใช้ร่วมกับ Windows Hello ในการปลดล็อคหน้าจอ

Screen / Speaker
ASUS X407UF ที่เราได้มาทดสอบเลือกใช้จอแสดงผลแบบกระจกขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด 1366 x 768 พิกเซล มีสัดส่วนภาพอยู่ที่ 16:9 ตามความนิยมโน้ตบุ๊คในปัจจุบันที่เป็น Wide Screen โดยมีสีสันของภาพที่อยู่ในระดับที่ดี พาเนล TN เพียงพอกับการใช้งานทั่วไป โดดเด่นในเรื่องของการที่เป็นหน้าจอแบบด้าน เหมาะกับใช้งานนอกสถานที่เพราะตัวจอมีแสงสะท้อนน้อย และให้ภาพที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่ดี รองรับการใช้งานจำพวกงานเอกสาร หรือเล่นอินเตอร์เน็ต ดูหนังฟังเพลงได้อย่างสบายๆ รวมไปถึงนำไปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างสบายๆ แต่อาจจะมีปัญหาเรื่องมุมของภาพที่อาจจะไม่ได้กว้างเท่าพวกหน้าจอ IPS

ลำโพงของ ASUS X407UF มีการติดตั้งอยู่มุมด้านบนตรงคีย์บอร์ดตัวเครื่องซ้ายขวา โดยตัวลำโพงเลือกใช้ระบบ SonicMaster ให้เสียงที่พอดีใช้ได้เลยทีเดียว เหมาะกับการฟังเพลงสบายๆ ในแบบเพลง Easy Listening เพราะให้เสียงกลาง และสูงได้ค่อนข้างเด่น และก็พอมีเสียงทุ้มเสียงเบสอยู่บ้าง เสียงดังฟังชัด แยกเสียงซ้ายขวาชัดเจน ซึ่งจัดได้ว่าลำโพง ASUS X407UF ทำได้ดีเกินราคาเลยทีเดียว

การทดสอบประสิทธิภาพหน้าจอของ ASUS X407UF ที่เป็นโน้ตบุ๊คที่ใช้หน้าจอพาเนล TN ทางทีมงานเลยถือโอกาสทดสอบหน้าจอแบบละเอียดๆ ด้วยเครื่องมือที่เป็นทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อย่าง Spyder5Elite พร้อมทั้งคาลิเบรทหน้าจอให้สีสันมีความตรงความเป็นจริงมากที่สุด ซึ่งเมื่อคาลิเบรตแล้วเราก็เลือกโปรไฟล์ที่เราได้คาลิเบรทเอาไว้ ผลที่ได้หลังจากที่คาลิเบรทก็คือคอนทราสต์มีการไล่โทนที่กว้างขึ้น รวมไปถึงมีสีสันและอุณหภูมิสีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน จากโทนเย็นกลายเป็นโทนอุ่น

โดยให้ขอบเขตความกว้างของสีสันเทียบเท่ากับมาตรฐาน sRGB ที่ 57% ดูจากที่เส้นสีของหน้าจอจะเป็นสีแดง เรียกได้ว่าให้ประสิทธิภาพเรื่องของสีสันนั้นอยู่เกณฑ์ธรรมดาของหน้าจอ TN ทั่วไป ส่วนความสว่างหน้าจอสูงสุดอยู่ที่เกือบๆ 220 cd/m2 ซึ่งจัดได้ว่ามีความสว่างที่เพียงพอต่อการใช้งานทั้งกลางแจ้งได้ดีในระดับหนึ่ง

สรุปสุดท้ายด้วยคะแนนรวมทั้งหมดโดยตัวเครื่อง ASUS X407UF รุ่นใหม่นี้ก็คะแนนไป 2.5 คะแนน ซึ่งเมื่อทดสอบด้านการแสดงผลต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ผ่านทางอุปกรณ์ Spyder5Elite ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่กลางๆ ตามราคาของตัวเครื่องครับ

Connector / Thin And Weight
ASUS X407UF ถือได้ว่ามีพอร์ตการเชื่อมต่อมาให้ครบครันในระดับหนึ่ง ซึ่งทางด้านซ้ายของตัวเครื่องจะติดตั้งพอร์ตเชื่อมต่อ USB 3.0 จำนวน 1 พอร์ต, HDMI, รูหูฟังกับไมค์แบบ Combo 3.5 มิลลิเมตร และช่อง Micro SD Card Reader ส่วนทางด้านขวาจะเป็นพอร์ต USB 2.0 จำนวน 1 ช่อง และ Kensington Lock ตัวเครื่องจะไม่มี Drive DVD มาให้เหมือนรุ่นก่อนหน้านี้ ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายรองรับทั้งการเชื่อมต่อ Wireless 802.11 AC มาตรฐานใหม่ รวมถึงรองรับการเชื่อมต่อแบบ Bluetooth 4.0 ตามปกติ

ขนาดของตัวเครื่องจะอยู่ที่ 328 x 246 x 21.9 ~22.9 mm ซึ่งเมื่อเทียบกับขนาดของโน้ตบุ๊ค 14 นิ้ว ทั่วไปถือได้ว่ามีขนาดค่อนข้างเล็กพอสมควร และมีน้ำหนักเบายู่ที่ 1.55 กิโลกัรม ส่วนอแดปเตอร์ก็มีขนาดเล็กน้ำหนักเบา ซึ่งใหญ่กว่าที่ชาร์จมือถือนิดหน่อย ซึ่งเวลาพกพาไปไหนเมื่อรวมน้ำหนักตัวเครื่องกับอแดปเตอร์เข้าด้วยกันแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 1.7 กิโลกรัมเท่านั้น เรียกได้ว่าเวลาพกพาไปไหนก็สะดวกสุดๆ ครับ

Performance / Software
ASUS X407UF เครื่องรีวิวนี้มาพร้อมกับชิปประมวลผลจาก Intel Core i5-8250U ซึ่งเป็นชิปประมวลแบบประหยัดพลังงาน มีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 1.6 GHz สามารถเร่งประสิทธิภาพขึ้นไปได้สูงสุดถึง 3.4 GHz นะครับ เป็น CPU แบบ 4 Core/ 8 Thread เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป หรือถ้างานที่ต้องประมวลผลหนักก็รองรับได้อย่างสบายๆ มาพร้อม Ram ภายในขนาด 4 GB Bus 2400 (ตัวเครื่องใส่ Ram ได้ 2 แถว อัปเกรดได้อีก 1 แถว)

ด้านของการ์ดจอที่ติดตั้งมาให้จะมีสองตัวด้วยกัน คือการ์ดจอออนบอร์ดและการ์ดจอแยกจาก Nvidia ซึ่งการ์ดจอออนบอร์ดจะเป็น Intel UHD Graphic 620 สำหรับประมวลผลทั่วไปเช่นดูหนังหรือฟังเพลง ส่วนการ์ดจอแยกจาก NVIDIA GeForce MX130 ขนาด 2 GB DDR5 สามารถรองรับการประมวลผลกราฟิกระดับสูงไม่ว่าจะตัดต่อหนังหรือจะเล่นเกมได้ในระดับหนึ่ง แต่อาจจะไม่แรงมากเทียบเท่าพวก GTX 1050 ที่อยู่ในรุ่นเกมมิ่งโน้ตบุ๊คโดยเฉพาะ

สำหรับโปรแกรมทดสอบ CINEBENCH ที่เน้นในเรื่องของพลังชิปประมวลผล คะแนนก็อยู่ในระดับสูงใช้ได้เลยทีเดียว เรียกได้ว่าตัว i5-8250U ประสิทธิภาพทำได้แรงกว่า 7-3840QM เลยทีเดียว สามารถนำมาทำงานหนักๆ หรือเล่นเกมก็ได้สบายๆ ในระดับหนึ่ง

ทดสอบการทำงานฮาร์ดดิสก์ความจุอยู่ที่ 1 TB แบบความเร็ว 5400 รอบที่ติดตั้งมาให้ควบคู่กับ Intel Optane Memory ขนาด 16 GB ด้วยโปรแกรม CrytalDiskMark แล้วพบว่าอัตราการถ่ายโอนข้อมูลน้อยสุดที่ 927.6 MB/s และสูงสุดที่ 159.8 MB/s เรียกได้ว่าเป็น HDD ธรรมดาให้มีความแรงน้องๆ SSD m.2 NVMe เลยก็ว่าได้ครับ

การทดสอบประสิทธิภาพกับโปรแกรม PCMark 10 Advance ซึ่งสามารถทำคะแนนการทดสอบรวมได้มากถึง 3,090 คะแนน ถือได้ว่าในส่วนของการใช้งานพีซีทั่วไปนั่นสอบผ่านแบบสบายๆ ทั้งในส่วนของการเล่นเว็บไซต์ งานเอกสาร งานตกแต่งรูปภาพ รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอ ถ้าอัปเกรด Ram เป็น 8 GB ทำงานหนักๆ ได้เลย

ในส่วนถัดไปทีมงานจะมาทดสอบในการเล่นเกมกันบ้างกับเกมยอดนิยมทั้ง 3 เกมหลักๆ จะเป็นอย่างไรกันบ้างกับ ไปดูกันเลยครับ

จากกราฟจะเห็นได้ว่าคะแนนเฟรมเรททำได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียวโดยเฉพาะเกม DOTA 2 และ Overwatch ที่ปรับกราฟิคระดับ Best และ Medium ตามลำดับ มีค่าเฉลี่ย 59 FPS ขึ้นไป ส่วนเกมหนักๆ อย่าง PUBG ปรับต่ำสุดทุกอย่างมีค่า FPS เฉลี่ยอยู่ประมาณ 27 ก็ถือว่าพอเล่นได้อยู่ในระดับหนึ่งนั่นครับ (ทดสอบบนความละเอียด 1366 x 768 ตาม Native หน้าจอ)