ชุมพร-สุราษฎร์ธานี ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยน่าเที่ยว
กิจกรรมแรลลี่ 4 จังหวัด สัมผัสมนต์เสน่ห์ฝั่งอ่าวไทย เพื่อชมแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย เมื่อวันที่ 3-6 พ.ค. 61 ที่ผ่านมานั้น ในครั้งแรกเป็นเส้นทางท่องเที่ยวจังหวัดชุมพร และจังหวัดสุราษฎร์ธานี มาดูกันว่า 2 จังหวัดนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรน่าสนใจบ้าง

จังหวัดชุมพร ประตูสู่ภาคใต้

“โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่” โครงการตามพระราชดำริ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9 พระราชทานเพื่อแก้ไขปัญหาอุทดภัยในเขตเมืองชุมพร สืบเนื่องจากอุทกภัยพายุไต้ฝุ่นชีต้าในเดือนสิงหาคม 2540 ที่สร้างความเสียหายให้กับจังหวัดชุมพรเป็นอย่างมาก โดยเหตุการณ์ครั้งนั้นส่งผลให้มีประชาชนเสียชีวิต 28 คน ทรัพย์สินเสียหาย 2,110 ล้านบาท และในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือน การก่อตัวพายุลินดา ในหลวง ร.9 ทรงมีพระราชดำริให้ขุดคลองหัววัง-พนังตัก เพื่อระบายน้ำจากแม่น้ำท่าตะเภาออกสู่ทะเล การขุดคลองหัววัง-พนังตัก แล้วเสร็จในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2540 ก่อนพายุลินดาเข้าเพียง 1 วัน ส่งผลให้ประชาชนชาวชุมพรรอดพ้นจากอุทกภัย

“ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์” มีอยู่ถึง 217 แห่งทั่วประเทศโดยเฉพาะจังหวัดที่มีทะเล เช่น เขาพระตำหนัก หรือสัตหีบ จังหวัดชลบุรี แต่ ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เป็นที่ๆ ใหญ่ที่สุด

“วัดพระบรมธาตุสวี” พระบรมธาตุงามสง่าที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวอำเภอสวีและประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง โดยสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มีลักษณะรูปแบบสถาปัตยกรรมเลียนแบบ พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช อย่างไรก็ตาม พระบรมธาตุสวีผ่านการซ่อมแซมบูรณะหลายครั้ง (ครั้งล่าสุด พ.ศ. 2539) โดยกรมศิลปากรได้ทำการสร้างพระธาตุองค์ใหม่ครอบองค์เดิมเอาไว้ นอกจากนี้บริเวณภายในพระบรมธาตุยังมีศาลเจ้าที่มีรูปคนนั่งขนาดเท่าคนจริง ซึ่งชาวสวีพากันเรียกว่า ศาลพระเสื้อเมือง ให้ประชาชนทั่วไปได้กราบสักการะ

“จุดชมวิวเขามัทรี” เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ของจังหวัดชุมพร สามารถชมวิวทิวทัศน์ ได้ 360 องศา มองเห็นชุมชนปากน้ำชุมพรและชายหาดของทะเลชุมพร โดยเฉพาะในยามเย็นสามารถชมพระอาทิตย์ตกได้อย่างงดงาม

นอกจากนี้ชุมพรยังมีแหล่งเลี้ยงรังนกชื่อดังอย่าง”ตี๋บ้านนก”และแหล่งผลิตกาแฟโรบัสต้าที่ชูจุดเด่นไร้รสเปรี้ยว อย่างกาแฟถ้ำสิงห์ อีกด้วย

จังหวัดสุราษฎร์ธานี ใหญ่เป็นอันดับ 6 ของประเทศ และอันดับ 1 ของภาคใต้

“วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร” ปูชนียสถานสำคัญคู่บ้านคู่เมือง ของจังหวัดสุราษฏร์ธานี เป็นสถานที่บรรจุพระบามสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเป็นพุทธสถานเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่ยังคงรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของช่างศิลปกรรมสมัยศรีวิชัยไว้ได้สมบูรณ์ เป็นวัดที่มีความสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของชาวไชยามานานนับแต่โบราณกาล ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ และยกฐานะวัดเป็นอารามหลวง อีกด้วย

“สวนโมกขพลาราม” หรือชื่อเรียกทางการว่า วัดธารน้ำไหล จัดตั้งโดย พุทธทาสภิกขุ เพื่อให้เป็นสถานที่ปฎิบัติธรรมและสถานที่เผยแผ่พระพุทธศาสนา ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก

“ศาลหลักเมือง” กับสถาปัตยกรรมศรีวิชัย เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีร่องรอยทางประวัติศาสตร์แห่งอาณาจักรศรีวิชัย มีความเจริญรุ่งเรืองมาแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบัน การก่อสร้างศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานี เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชสักการะและเฉลิมพระเกียรติเนื่องในมหามงคลวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ 50 ปี ในวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2539 และเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี

“พระธาตุศรีสุราษฎร์” เป็นปูชนียสถานองค์แรก ที่ชาวบ้านดอนได้ร่วมแรงร่วมใจจัดสร้างขึ้น เพื่อเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมือง องค์พระธาตุตั้งอยู่บนยอดเขาท่าเพชร เสามารถมองเห็นจากตัวเมืองบ้านดอนได้อย่างชัดเจน เป็นพื้นที่ที่อยู่ในความดูแลของสถานีพัฒนาและส่งเสริมอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาท่าเพชร เป็นผืนป่าแห่งเดียวที่อยู่ใกล้ตัวเมืองเพียง 6 กิโลเมตร

“ตลาดน่้ำประชารัฐบางใบไม้” สถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดสุราษฏธานี เปิดให้บริการในวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.00 น. ซึ่งในตลาดแห่งนี้จะมีสินค้าตั้งแต่ อาหารพื้นบ้าน ขนมไทย อาหารทะเล รวมถึงอาหารประจำถิ่น นอกจากนี้ยังสามารถล่องเรือเที่ยวรอบๆ ตลาดน้ำ ชมอุโมงค์ทางจากที่สวยงามอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูล จาก ch3